The Predator (2018) เดอะ เพรดเดเทอร์ จะเป็นอย่างไร เมื่อนักล่ามาผิดดาว

             ภาพยนต์เรื่อง The Predator (2018) อันดับแรกเลยที่เราจะต้องกล่าว ก็คือ ในภาคนี้ก็ได้มีการปรับสำเนียงการเรียก Predator จากเดิมที่บ้านเรามักจะเรียกว่า “พรีเดเตอร์” ก็ได้มีการถูกปรับให้อ่านเป็น “เพรดเดเทอร์” เพื่อให้ถูกต้องตามหลักของภาษา หรือการอ่านออกเสียงต่างๆนั้นเอง ทำให้หลายคนบ่นว่าจะเปลี่ยนทำไม

The Predator (2018) เดอะ เพรดเดเทอร์

             อ่านแล้วเรียกแล้วรู้สึกแปลกๆ ไม่ค่อยจะคุ้นชินเท่าไหร่นัก ส่วนตัวเองนั้นคิดว่าควรเปลี่ยนอ่ะดีแล้ว เพราะจะได้เรียกกันให้ถูกซักที คิดอีกแง่อาจจะเพราะภาคนี้เป็นภาคที่นำเนินเรื่องสไตล์ใหม่ ที่ไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว เลยเปลี่ยนคำเรียกให้ถูกต้องไม่เหมือนของเดิมซะเลย จะได้ตรง Concept

             กลับมาที่ตัวหนังเอง ตามที่เราได้บอกไปก่อนหน้าว่า เป็นภาคที่มีการปรับเปลี่ยนโทนการเล่าเรื่องจากเดิมที่เป็นหนัง Triller-Survivor (การเอาชีวิตรอด) เต็มไปด้วยฉากของการเอาตัวรอดและการฆ่าแบบโหดๆ จากเหล่าเพรดเดเทอร์ ให้กลายเป็นหนัง แอ็คชั่น/ไซไฟ/ คอมเมดี้ ตามสไตล์ของผู้กำกับอย่าง Shane Black (เชน แบล็ค) ซึ่งถ้าหากใครคุ้นๆกับผลงานก่อนหน้าอย่างภาพยนต์เรื่อง Iron Man 3 ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่

             ตัวเราเองนั้นไม่ได้ชอบสไตล์ของภาพยนต์เรื่องนี้ เพียงแต่ว่าเรารู้สึกเซอร์ไพรส์มากกว่า ที่ผู้กำกับเองนั้น ได้มีการปรับเปลี่ยนโทนหนังซีรีส์ชุดนี้ไปในแนวทางใหม่ๆ พร้อมเปิดประเด็นหลายอย่างที่ภาคก่อนๆ หน้าไม่เคยมี ซึ่งส่วนตัวเราของเราเองชอบไอเดียที่ว่ามากๆ

             เรื่องราวภายในภาคนี้ว่าด้วยคำถามที่ว่า ทำไมเพรดเดเทอร์ ถึงมาโลกบ่อยๆ มาทำไมและมาทำอะไร ซึ่งในภาคนี้จะเป็นภาคที่เฉลยปมต่างๆ ที่หลายคนเคยสงสัยมาในภาคก่อนหน้าว่า นอกจากเพรดเดเทอร์มาเพื่อล่ามนุษย์เพื่อเกมส์กีฬาหรือเป็นธรรมเนียมแล้วนั้น มันมาเพื่ออะไร อีกทั้งยังทิ้งท้ายไว้ได้แบบว่า อยากดูภาคต่อไวๆ กันเลยทีเดียว แต่ก็ต้องมาลุ้นเรื่องรายได้กันต่อไป เพราะนี่เป็นปัจจัยสำคัญที่หนังภาคต่อจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งที่แน่ๆ ผู้ชมตอนนี้แตกออกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน คือไม่ชอบไปเลยก็เกลียดไปเลยนั่นเอง

             ส่วนที่เราชอบจากหนังเรื่องนี้ก็คงเป็นอะไรที่หลายๆ คนเกลียด นั่นก็คือการใส่มุก หรือการยัดบท เขียนบทให้ตัวละครยิงมุกต่างๆเยอะแยะมากมายตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งมุกบางมุกก็ต้องเป็นนักดูหนังตัวยง ถึงจะเข้าใจ ทำให้ฮาและขำได้ตลอดเรื่องจริงๆ อีกอย่างที่ต้องชมคือ Easter Egg ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธในตู้โชว์ ซึ่งบางชิ้นนั้นมาจาก Alien VS Predator 1-2 ซึ่งใครๆ หลายคนพยายามที่จะไม่นับ 2 ภาคนี้ร่วมไทม์ไลน์หนังชุดนี้เท่าไหร่

The Predator (2018) เดอะ เพรดเดเทอร์

 

             ส่วนที่ไม่ชอบจากหนังเรื่องนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการดำเนินเรื่องที่เร่งรีบเอามากๆ เรียกได้ว่าถ้าลุกไปเข้าห้องน้ำ อาจจะกลับมาจูนต่อไม่ติดเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะช่วงท้ายของเรื่อง ที่เรียกได้ว่าแอคชั่นมันส์เกินไป หรือคนตัดต่อภาพมันส์มือเกินไปก็ไม่ทราบ จนแบบว่าบางตัวละครตาย แต่เราไม่สามารถดูทันได้เลยว่า ตายเพราะอะไร เนื่องจากตัดภาพไปฉากอื่นๆ ซะไวมากเกินไปจริงๆ

             เอาเป็นว่าถ้าหากใครที่เป็นแฟนหนังชุดนี้ก็คงไม่พลาดที่จะไปดู เพียงแต่อยากให้ทำความเข้าใจก่อนว่า The Predator (2018) เป็นหนังที่พยายามที่จะนำเอาซีรีส์ชุดนี้ไปยังมุมมองใหม่ๆที่แตกต่างออกไป หรือโทนหนังใหม่ๆ เพื่อที่ให้สามารถขยายจักรวาลด้านเนื้อเรื่องให้ไกลออกไปได้อีกหลายภาค ถ้าหากคุณสนใจหนังมาใหม่ หนังสนุกๆก็สามารถติดตามรีวิวและรับชมหนังใหม่ได้ที่……. และถ้าหากคุณสนใจบทความพนันอื่นๆก็สามารถคลิกเข้ามาได้ที่ เว็บบาคาร่าอันดับ1